fahkanongna

อาหารบำรุงสุขภาพ

ใส่ความเห็น

สุดยอดผัก ผลผลไม้บำรุงสายตา

1.ผักบุ้ง
2.แครอท
3.ตำลึง
4.ผักคะน้า
5.ฝักทอง
6.มะม่วงสุก
7.มะละกอ

ผักบุ้ง : ผักบุ้งช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร?

 ผักบุ้งช่วยบำรุงสายตา ไม่ทำให้ปวดตา สายตาสั้น แสบตา  จากผักบุ้ง ก็ต้องกินผักบุ้งดิบ ทั้งวิตามิน A และวิตามิน C รวมถึงเบต้า-แคโรทีน เป็นวิตามินที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ด้วย นอกจากวิตามินแล้ว ผักบุ้งยังมีเกลือแร่ มีธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงเลือด
การรับประทานผักบุ้ง หากผัดควรใส่น้ำมันให้น้อย แต่ถ้าลวดกินก็จะดีกว่าเพราะไม่มีน้ำมันซึ่งจะทำให้อ้วนได้ หากทานดิบก็ยิ่งจะมีประโยชน์มาก ทานกับขนมจีนอร่อยอย่างบอกใครเชียวครับ

แครอท : แครอทช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร?

แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนมากที่สุดในบรรดาผักสีส้ม นอกจากนี้มันก็ยังมีไวตามินและแร่ธาตุอื่นอีกหลายชนิด เบต้าแครอทีนก็คือ ไวตามินเอ ซึ่งช่วยในการบำรุงรักษาดวงตาเพราะมันมีผลต่อปฏิกริยาเคมีของดวงตาต่อแสง ไวตามินเอยังช่วยให้มีผิวที่ดีอีกด้วย และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆเช่นมะเร็งได้ดี
ที่มา:www.carrotmuseum.co.uk/nutrition.html

ตำลึง : ตำลึงช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร?

ตำลึงเป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มีหัวใต้ดิน มีคุณค่าทางอาหารสูง ตำลึงเป็นพืชที่มีบีตาแคโรทีนที่ดีที่สุด บีตาแคโรทีนเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ทำหน้าที่กรองแสงให้กับดวงตา ป้องกันไฟเบอร์ของเลนส์ตาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกออกซิไดซ์ด้วยแสง ป้องกันการเกิดต้อ บีตาแคโรทีนเป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ จัดเป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด ดังนั้น ที่กล่าวกันว่า “ตำลึงบำรุงสายตา” ก็เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง บีตาแคโรทีนเป็นสารต้านออกซิเดชันลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ยับยั้งการทำลายของออกซิเจนเดี่ยวและอนุมูลเปอรอกซิลอิสระ นอกจากนั้นตำลึงยังสามารถลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้
ผักคะน้า : ผักคะน้าช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร?

คะน้ามีสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินซีและเบต้า-แคโรทีน ซึ่งร่างการจะเปล่ยนเป็นวิตามินเอที่มีผลต่อการบำรุงสายตา เสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณและต้านทานการติดเชื้อ
ฝักทอง : ฝักทองช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร?

ฝักทอง มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ ระบบย่อยอาหาร บำรุงตับไต สร้างเซลล์ใหม่แทนเซลล์เก่าที่ตายไปแล้ว มีสารลูทีนป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีของเรตินามีวิตามินเอ
บำรุงสายตามีเบตาแคโรทีนซึ่งมีสาร Antioxidant สูงจึงช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย

มะม่วงสุก : มะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร?


เนื่องจากมะม่วงอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเหงือกและฟัน ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดสิวและริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างดี

มะละกอ : มะละกอสุกช่วยบำรุงสายตาได้อย่างไร?


มะละกอ อุดมด้วยวิตามินเอ บี1 บี2 แคลเซียม และเบต้าแคโรทีน สารต้านอนุมูลอิสระ รับประทานบำรุงผิวพรรณดี ลดริ้วรอยก่อนวัย และบำรุงสายตา รับประทานเป็นผลไม้

ที่มา http://www.jaonai.com/health/data/00001-2-1.html

บำรุงหัวใจ
แอปเปิ้ล

เป็นความจริงที่ว่าการกินแอปเปิ้ลวันละผลจะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรงพยาบาล ในการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แอปเปิ้ลเป็นอันดับสองของผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด (รองลงมาจากแครนเบอร์รี่) และยังมีใยอาหารชื่อเพคติน ควรทำปฏิกริยากับไฟโตนิวเทรียนท์อื่น ๆ โดย สารต้านอนุมูลอิสรนะชื่อ Quercetin พบในแอปเปิ้ลจะช่วยป้องกันอนุมูลอิสระที่เป็นบ่อเกิดของโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัว ในขณะที่เพคตินช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล “เลว” แอปเปิ้ลยังมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบอีกด้วย

Tip: แอปเปิ้ลทุกชนิดดีต่อหัวใจของคุณ แต่แอปเปิ้ลแดงจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่

เบอร์รี่ชนิดนี้เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะแมงกานีส วิตามินซีและอี) ซึ่งให้การป้องกันในระดับเซลล์เลยทีเดียว นอกจากการช่วยลดคอเลสเตอรอล “เลว” พร้อมกับการเพิ่มคอเลสเตอรอล “ดี” แล้ว ไฟโตนิวเทรียนท์ยังจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ แถมยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติอีกด้วย

Tip: บลูเบอร์รี่ที่ปลูกแบบออร์แกนิกมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด หากเป็นไปได้กินทุกวันก็ยิ่งดี ส่วนบลูเบอร์รี่แช่แข็งนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระน้อยลงมา

ช็อกโกแลต

ดาร์กช็อกโกแลต

การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร British Medical Journal ชี้ว่า มีอาหารเจ็ดกลุ่มที่จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 75 และหนึ่งในนั้นก็คือดาร์กช็อกโกแลต ซึ่งมีปริมาณโกโก้อยู่สูง โกโก้มีสารจำพวกฟลาวานอยด์ที่ช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดแดงได้ จึงช่วยลดโอกาสเกิดหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าดาร์กช็อกโกแลตช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย

Tip: กินแค่น้อย ๆ ประมาณไม่เกิน 2 ตารางนิ้วต่อครั้ง และเลือกที่มีปริมาณโกโก้เกิน 70%

องุ่น

องุ่น

องุ่นมีสารอาหารปกป้องหัวใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี บี6 โพแทสเซียม และฟลาวานอยด์ สารอาหารเหล่านี้รวมกันจะช่วยควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยในการสูบฉีดเลือด โดยเฉพาะวิตามินบี6 ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอาการอักเสบ ลดโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวและความดันโลหิต

Tip: ไม่ว่าจะองุ่นสดหรือองุ่นแช่แข็งก็มีสารอาหารเต็มเปี่ยมเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้กินเมล็ดด้วยนะ

อัลมอนด์

อัลมอนด์

อัลมอนด์มีสารอาหารที่ดีต่อหัวใจมากมาย ได้แก่ ใยอาหาร วิตามินอี โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยแมกนีเซียมนั้นจะช่วยให้ระดับความดันโลหิตเป็นปกติ ส่วนโพแทสเซียมสำคัญต่อการสูบฉีดเลือด นอกจากนี้ อัลมอนด์ยังเต็มไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นไขมันที่ดี ในการศึกษามากมายชี้ว่าไขมันชนิดนี้ช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจได้

ป้องกันและลดความเสี่ยงจาก โรคหัวใจ ด้วยสมุนไพร (ไทยโพสต์)

โรคหัวใจมีหลายประเภท ทั้งที่เป็นมาโดยกำเนิดและเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ที่สำคัญ โรคหัวใจขาดเลือดที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี และที่น่าตกใจคือโรคหัวใจชนิดนี้มีพี่น้องร่วมตระกูลที่น่ากลัว คือ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง

หากผู้ป่วยมัวแต่วิตกกังวลและรักษาอยู่ 2 โรคนี้จนลืมหัวใจไปเลย พอหัวใจแสดงอาการเจ็บป่วยก็มักเกินการเยียวยา หรือเป็นหนักเสียแล้ว มีคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดบอกว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดอย่าชะล่าใจแค่นั้น ต้องตรวจดูเส้นเลือดที่สมองด้วย อย่ารักษาแต่หัวใจจนลืมส่วนหัวของตนเอง

โรคเหล่านี้ล้วนมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่บริโภคล้นเกิน และเป็นอาหารที่อุดมด้วยแป้ง ไขมัน น้ำตาล เรียกว่าเราใช้ชีวิตกินอยู่คล้ายคลึงกับคนเมืองหนาวเข้าไปทุกวัน ที่สำคัญยังขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้เกิดภาวะโภชนาการล้นเกิน คนไทยเป็นโรคอ้วนและโรคเรื้อรังไม่ต่างจากประเทศตะวันตกเลย

ข้อแนะนำที่สำคัญสำหรับหลีกเลี่ยงและรักษาสุขภาพจากโรคหัวใจ คือ ต้องมีโภชนาการที่ดีหลีกเลี่ยงไขมัน เน้นถั่ว งา ปลา ผัก ให้มากขึ้นในแต่ละมื้อ ออกกำลังกายให้เป็นนิสัย หรือเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตประจำวัน ควบคุมหรือละเว้นพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ อาทิ บุหรี่ แอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าให้เกิดระดับความเครียดสูง การพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยลดความเครียดได้

นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิดที่ผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงสามารถนำไปใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพของท่านเองได้อย่างง่าย ๆ ในรูปของอาหาร เครื่องดื่ม หรือเป็นผักเคียงกับอาหารมื้อประจำวันนั้น ๆ เช่น

กระเทียม

กระเทียม นับเป็นสมุนไพรที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และมีสรรพคุณมากมาย กระเทียมช่วยทำให้การเต้นของหัวใจช้าลง และเพิ่มการบีบและคลายตัวของหัวใจ ขยายหลอดเลือดส่วนปลาย และช่วยยับยั้งการแข็งตัวของหลอดเลือด กินกระเทียมสดวันละ 2-3 กลีบ จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงได้

ต้นหอม หอมแดง หอมหัวใหญ่ มีสารสำคัญคือฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันไขมันไม่ให้เกาะตามผนังเส้นเสือด ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งตับ หรือใช้หอมหัวใหญ่นำมาคั้นเอาน้ำดื่มจะช่วยลดอาการอักเสบบวมหรือลดความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดได้ และหอมหัวใหญ่ยังช่วยให้ผู้ที่กินเป็นประจำมีความจำดีขึ้นด้วย

ขึ้นฉ่าย ผักที่มักใส่ในยำสารพัดชนิดตัวนี้ช่วยขยายหลอดเลือดและลดความดันโลหิตสูง เวลาที่ความดันขึ้นสูงและมีอาการปวดศีรษะ ใช้ขึ้นฉ่ายคั้นเอาแต่น้ำดื่ม จะช่วยลดอาการลงได้

พริก

พริกขี้หนู มีรสเผ็ดร้อน ซึ่งมาจากสารที่เรียกว่าแคปไซซิน มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน ในส่วนของโรคหัวใจ มีผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือด แคปไซซินสามารถยับยั้งการหดตัวของหลอดเลือด ส่งผลให้มีการขยายตัวของหลอดเลือด ทําให้มีเลือดไปเลี้ยงผิวหนังหรืออวัยวะบริเวณนั้นได้มากขึ้น และช่วยละลายลิ่มเลือดที่อุดตันในหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

ดีบัว คือเมล็ดในของฝักบัว มีสรรพคุณลดความดันโลหิต บำรุงหัวใจ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ช่วยขยายหลอดเลือดหัวใจ มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ ช่วยป้องกันอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์แก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้อาการติดเชื้อในช่องปาก แก้อาการหงุดหงิดนอนไม่หลับ และลดน้ำตาลในเลือด ดีบัวมีรสขมมากจึงนิยมนำเอาดีบัวไปดองกับน้ำผึ้ง เพื่อช่วยให้ทานง่ายขึ้น

ยังมีพักพื้นบ้านที่มีคุณสมบัติในการช่วยลดตะกรันในหลอดเลือดได้อย่างดี คือ โหระพา ใบตำลึง ใบแมงลัก ใบยอ ผักกูด ชะพลู มะเขือเทศ บัวบก พริกชี้ฟ้า คะน้า เป็นต้น ผักเหล่านี้มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ชาเขียว

นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรที่นิยมนำมาทำเครื่องดื่มและมีสรรพคุณบำรุงรักษาหัวใจ ได้แก่

ชาเขียว ช่วยย่อยอาหาร ล้างสารพิษ และเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ คุณภาพมากกว่า นักวิจัยหลายท่านยืนยันว่า สารสำคัญในชาเขียวช่วยป้องกันโรคหัวใจได้หลายอย่าง เช่น ช่วยลดคอเลสเตอรอล และความดัน ชาเขียวยังมีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง และกระตุ้นการสร้างตัวของเม็ดเลือดขาว เพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกาย

ดอกคำฝอย เป็นยาบำรุงโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง บำรุงหัวใจ บำรุงประสาท ป้องกันไขมันอุดตัน ฟอกโลหิต ช่วยระบายอ่อน ๆ และยังประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัวหลายชนิด เช่น โปรตีน เบต้าแคโรทีน วิตามินอี เป็นต้น นอกจากนี้ น้ำมันดอกคำฝอยจะช่วยให้การอุดตันของไขมันในหลอดเลือดลดลง และช่วยป้องกันการอุดตันของไขมันในเลือดได้ ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากน้ำมันดอกคำฝอยมีฤทธิ์ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด คนจีนใช้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด

กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิตที่มีประสิทธิภาพสูง อีกสูตรหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมแพร่หลาย คือ กระเจี๊ยบแดงต้มกับพุทราจีน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพชะล้างไขมันร้าย

เกสรดอกบัว และเกสรดอกไม้ทั้ง 5 เกสรดอกบัวหลวงมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยบำรุงกำลัง ถ้าเข้ายากับเกสรดอกไม้อีก 4 ชนิด เรียกว่าเกสรดอกไม้ทั้ง 5 ประกอบด้วย ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกสารภี ดอกบุนนาค ดอกบัวหลวง สรรพคุณรวม ชูกำลัง บำรุงหัวใจ แก้ไข้เพื่อเสมหะและโลหิต แก้ไข้เพ้อกลุ้ม แก้ลม วิงเวียน บำรุงครรภ์

ใบเตยหอม มีสรรพคุณ คือ ลดอาการกระหายน้ำ และบำรุงหัวใจ เวลาเหนื่อย ๆ ดื่มน้ำใบเตยช่วยให้หายเหนื่อยและสดชื่น

ยังมีพืชผักสมุนไพรอีกมากมายหลากหลายชนิดที่มีคุณค่าและสารอาหารที่สำคัญในการบำรุงและลดความเสี่ยง และธัญพืชชนิดต่าง ๆ รวมทั้งข้าวกล้อง ที่ช่วยให้หัวใจแข็งแรงดี

หากอยากรู้ว่าหัวใจของเรามีขนาดเท่าไหร่ ให้ลองกำมือดู ขนาดเท่ากำปั้นนั่นแหละ ขนาดหัวใจของเรา ก้อนเนื้อเล็กๆ ทว่าสำคัญยิ่งกับชีวิต…

veget-and-fruit1

ดังนั้น เราต้องทนุถนอมหัวใจให้ดี อย่าปล่อยให้เจ็บ (ป่วย) สิ่งหนึ่งที่ทำได้ง่ายคือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญจากเครื่องดื่มผักผลไม้ทิปโก้แนะนำ ให้เลือกรับประทานผักผลไม้ที่ให้คุณค่าต่อหัวใจ

สารสีม่วง-แดง” หรือ แอนโทไซยานินพบในองุ่น ลูกพรุน แอปเปิ้ลแดง สตรอเบอรี่ ชมพู่มะเหมี่ยว บลูเบอรี่ มะเขือม่วง และกะหล่ำปลีสีม่วง จะช่วยขยายเส้นเลือด มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและอัมพาต และยังช่วยบำรุงการทำงานของสมอง

สารสีแดง” หรือไลโคพีนจะมีมากในแตงโมและมะเขือเทศ ส่วนสารสีแดงในลูกทับทิม บีทรูท และแครนเบอร์รี่ นั้นก็คือ สารเบต้าไวซิน โดยสารสีแดงทั้งสามชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้
สารสีส้ม” หรือเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นเม็ดสีเหลืองส้มที่มีอยู่มากในมะละกอ ฟักทอง แคนตาลูป มะม่วง แครอต รวมทั้งผลไม้จำพวกแตงต่างๆ ผักผลไม้ในกลุ่มนี้นอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ช่วยบำรุงสายตาแล้ว ยังช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ด้วย

สารสีส้ม-เหลือง” พบได้มากในส้มเขียวหวาน และลูกพีช ช่วยบำรุงหัวใจและกระเพาะอาหาร รวมทั้งลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งด้วย…

อาหารบำรุงตับพร้อมด้วยสมุนไพรบำรุงตับ ไม่ต้องรอให้เสี่ยงโรคตับแข็ง หรือโรคตับอักเสบ เพราะเราสามารถบำรุงตับให้แข็งแรง ไม่เสี่ยงโรคตับด้วยอาหารเหล่านี้

ต้องบอกเลยว่าถ้าตับทำงานผิดปกติขึ้นมาเมื่อไร โรคภัยต่าง ๆ นานาจะมารุมเร้าคุณทันที และเผลอ ๆ การที่ตับอ่อนแอ ก็อาจจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้นได้ เพราะตับเป็นอวัยวะชิ้นเดียวและเป็นหลักในการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ส่วน ทั้งช่วยคัดกรองสารพิษที่เข้าสู่ร่างกาย สร้างน้ำดี ผลิตฮอร์โมนหลายชนิด ควบคุมการเผาผลาญ และอีกสารพัดหน้าที่

ฉะนั้นก่อนที่จะตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อโรคตับ เราควรบำรุงดูแลตับให้แข็งแรง ซึ่งทางหนึ่งที่จะสามารถเสริมกำลังให้ตับแข็งแรงได้ ก็คือการรับประทานอาหารและสมุนไพรดังต่อไปนี้

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

1. กะหล่ำปลี

สำหรับคนที่กินยาเป็นประจำ และต้องเผชิญกับมลภาวะตามท้องถนนจนอาจเสี่ยงต่อโรคตับพิการ กะหล่ำปลีจะช่วยเพิ่มสารกลูต้าไธโอน ที่มีคุณสมบัติล้างพิษจากควันไอเสียและยาได้

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

2. ลิ้นจี่

ลิ้นจี่อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน กลูโคส ซูโครส วิตามินเอ, บี, ซี และกรดซิตริก โดยตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ลิ้นจี่ถือว่ามีฤทธิ์อุ่น ช่วยบำรุงตับและบรรเทาอาการตับอักเสบได้

แต่ทั้งนี้ผู้ที่มีอากาคอแห้ง เจ็บคอ ปวดฟัน หรือท้องผูกก็ไม่ควรกินลิ้นจี่ในปริมาณมาก เนื่องจากลิ้นจี่มีฤทธิ์อุ่น ซึ่งอาจทำให้อาการเหล่านี้ทวีคูณขึ้นนะคะ

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

3. แครอท

แครอทเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิด ทั้งวิตามินเอ, บี 1,​ บี 2,​ ซี, ดี และวิตามินเค รวมทั้งกรดโฟลิก ฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และทองแดง อีกทั้งในศาสตร์แพทย์แผนจีนยังนับแครอทเป็นอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น ช่วยบำรุงตับ บำรุงเลือด และช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อยได้ด้วย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

4. เกรปฟรุต

ผลไม้ชนิดนี้อุดมไปทั้งวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็น 2 ตัวช่วยสำคัญในการล้างพิษในตับและลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับ โดยเราสามารถรับประทานเกรปฟรุตสด ๆ หรือจะนำเกรปฟรุตไปคั้นน้ำดื่มก็ได้

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

5. บีทรูท

สารฟลาโวนอยด์จากพืชอย่างบีทรูทคือสิ่งที่ตับต้องการไปบำรุงและฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งในบีทรูทก็มีสารฟลาโวนอยด์ชนิดนี้ค่อนข้างสูง จึงนับเป็นพืชผักที่ช่วยบำรุงการทำงานทุกภาคส่วนของตับได้ดีเลยทีเดียว

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

6. ผักใบเขียว

ผักโขม ผักกาดหอม รวมถึงผักใบเขียวชนิดอื่น ๆ มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดโลหะหนักในตับ และชะล้างสารเคมีที่สะสมอยู่ในตับ โดยเฉพาะสารเคมีประเภทยาฆ่าแมลงที่ร่างกายมักจะได้รับจากการบริโภคอาหาร แต่ทั้งนี้เราก็ควรเลือกรับประทานผักที่ปลอดสารพิษจริง ๆ ด้วยนะคะ

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

7. ชาเขียว

ชาเขียวขึ้นชื่อว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระล้นเหลืออยู่แล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าชาเขียวจะต้องมีสรรพคุณช่วยบำรุงการทำงานของตับ และป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตับได้อย่างไม่ต้องสงสัย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง


8. อะโวคาโด

นอกจากกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ที่มีอยู่ในอะโวคาโดแล้ว กลูต้าไธโอนยังเป็นไม้เด็ดของอะโวคาโดที่ตับต้องการมาบำรุงดูแลตัวเองอีกด้วย โดยอะโวคาโดจะช่วยล้างพิษสะสมในตับ และช่วยลดโอกาสเกิดโลหะหนักสะสมในตับด้วย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

9. ผักประเภทหัว

นอกจากกะหล่ำปลีแล้ว ยังมีบรอกโคลี มันเทศ ที่มีกลูโคซิโนเลต (Glucosinolate) สารอาหารที่หาได้จากพืชผัก ปัจจัยสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นให้ตับผลิตเอนไซม์ต่อต้านสารพิษ และเอนไซม์ช่วยย่อย และเมื่อระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นปกติ ก็ถือว่าตับได้ล้างสารพิษออกจากตัวเองด้วยเช่นกัน

  อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง


10. วอลนัท

สิ่งที่ตับต้องการจากวอลนัทคือกรดไขมันโอเมก้า 3 และกลูต้าไธโอน ตัวช่วยสำคัญในกระบวนการขับสารพิษออกจากตับ ช่วยบำรุงการทำงานของตับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

        ซึ่งนอกจากอาหารบำรุงตับแล้ว เรายังมีสมุนไพรบำรุงตับมาฝากด้วยกันถึง 5 ชนิด ตามนี้เลย

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

1. เห็ด

เห็ดมีคุณสมบัติช่วยล้างสารพิษ ลดไขมันที่สะสมอยู่ในตับและกระแสเลือด อีกทั้งยังช่วยต้านการก่อตัวของเซลล์มะเร็งร้าย ต้านอนุมูลอิสระ การเกิดซีสต์ ถุงน้ำ และเนื้องอก ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาวได้อีกต่างหาก

โดยการกินเห็ดเพื่อบำรุงตับอาจนำเห็ด 3 ชนิดขึ้นไปมาปรุงเป็นซุปเห็ดเพื่อสุขภาพ หรือจะใส่สาหร่ายทะเลเพิ่มรสชาติเข้าไปด้วยก็จะยิ่งดี

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง


2. ขมิ้นชัน

ถ้าต้องการขับพิษสะสมในตับ ขมิ้นชันคือคำตอบที่ตรงประเด็น ซึ่งนอกจากจะช่วยขับพิษสะสมในตับแล้ว สรรพคุณของขมิ้นชันยังช่วยบำรุง ฟื้นฟู และล้างสารพิษออกจากตับได้ โดยสามารถเลือกกินขมิ้นชันชนิดแคปซูลบรรจุผงสกัดในเวลาก่อนนอน และเพื่อการบำรุงตับอย่างมีประสิทธิภาพ ควรกินขมิ้นชันในปริมาณ 5,000-8,000 มิลลิกรัมต่อวัน

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

3. เก๋ากี้

เก๋ากี้อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กรดกำมะถัน เอมีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินอี และวิตามินบี 2 ซึ่งมีส่วนในการเสริมภูมิต้านทานโรค เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด ป้องกันไขมันพอกตับ ช่วยให้ตับทำงานดีขึ้น

ทั้งนี้ก็สามารถกินเก๋ากี้ได้หลายรูปแบบ ทั้งต้มดื่มเป็นน้ำชา ปรุงเป็นโจ๊ก หรือนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องแกง ต้มจืด และเครื่องตุ๋น เป็นต้น

อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง


4. กระเทียม

กระเทียมมีสรรพคุณกระตุ้นให้ตับผลิตเอนไซม์ตัวที่ช่วยขับสารพิษออกไป อีกทั้งกระเทียมยังมีอัลลิซิน (Allicin) และซีลีเนียม (Selenium) สององค์ประกอบสำคัญจากธรรมชาติที่จะช่วยดีท็อกซ์สารพิษสะสมในตับ

 อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง

5. มะขามป้อม

มะขามป้อมอุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่าแอปเปิลถึง 160 เท่า ! ซึ่งวิตามินซีในมะขามป้อมจะช่วยรักษาอาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ป้องกันการเกิดพิษโลหะหนักในตับ และลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับได้

นอกจากควรต้องกินอาหารและสมุนไพรบำรุงตับแล้ว เรายังต้องใส่ใจพฤติกรรมการบริโภคของตัวเองด้วย เช่น หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดความเสี่ยงโรคตับแข็ง ลดอาหารประเภทไขมัน และลดกินเค็ม เพื่อไม่ให้ตับต้องเสี่ยงต่อภาวะไขมันสะสม และลดอาการบวมด้วยนะคะ

20 อาหาร เพื่อสมองสดใส

20 อาหาร เพื่อสมองสดใส (Lisa)

เมื่อเร็ว ๆ นี้เห็นมีข่าวเด็กไทย IQ ต่ำ เพราะว่าขาดไอโอดีน แต่รู้มั้ยว่านอกจากนั้นแล้ว สมองของเรายังต้องการสารอาหารอีกมากมาย เพื่อให้เฉียบแหลมอยู่เสมอ

1.บลูเบอร์รี่

ลูกเบอร์รี่ต่าง ๆ คือหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เรา และบลูเบอร์รี่ก็ดีต่อสมองมาก ๆ เนื่องจากมีใยอาหารสูงแต่ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ หมายความว่า ผู้ป่วยเบาหวานก็กินได้โดยที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเฉียบพลัน เคยมีการศึกษามากมายที่ชี้ว่า มันจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ ช่วยให้เราเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สิ่งที่ต้องระวังก็คือให้เลี่ยงบลูเบอร์รี่เชื่อม หรืออบแห่งเท่านั้นล่ะค่ะ

2.แซลมอนธรรมชาติ


กรดไขมันจำเป็น โอเมก้า-3 เป็นสิ่งที่สำคัญต่อสมองมาก ไขมันที่มีประโยชน์นี้มีความเกี่ยวพันกับสติปัญญา ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ชะลอความเสื่อมถอยของระบบประสาทส่วนกลาง พัฒนาความจำ ทำให้อารมณ์ดี และลดโอกาสเกิดโรคซึมเศร้า หรือโรคสมาธิสั้น แต่ถ้ามีโอกาสก็ให้เลือกแซลมอนตามธรรมชาติดีกว่าแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงนะคะ 3.ทับทิม

คนรักทับทิมควรจะกินจากผลสด ๆ มากกว่าดื่มน้ำคั้น เพราะจะได้ใยอาหารด้วย ทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับบลูเบอร์รี่ ซึ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับสุขภาพของสมอง เพราะสมองคืออวัยวะแรก ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากความเครียด ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่ช่วยระงับความเครียดได้จะดีต่อสมองเช่นกันนะคะ

กาแฟ

4.กาแฟ

เมล็ดกาแฟคล้ายกับเมล็ดโกโก้ตรงที่มันเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุ โดยเฉพาะผงกาแฟจากเมล็ดที่บดใหม่ ๆ จะมีประโยชน์ต่อทั้งสมองและร่างกายมาก ส่วนกาเฟอีนก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลดีต่อสมองเช่นกัน การดื่มกาแฟเป็นประจำจะช่วยชะลอไม่ให้สมองเสื่อมถอย ป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือโรคหลงลืมได้จริง แม้กระนั้นก็ยังมีคำถามว่า ตกลงแล้วกาแฟมีประโยชน์หรือเปล่า ปัญหาอยู่ที่เรามักจะผสมกาแฟกับของที่ไม่ดีต่อสุขภาพอื่น ๆ เช่น ครีม น้ำตาล ช็อกโกแลต หรือวิปครีม สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เพิ่มทั้งสารเคมีและไขมันให้แก่กาแฟ ความจริงแล้วเมล็ดกาแฟเป็นของปลอดภัย ยิ่งถ้าเป็นเอสเพรสโซ่เพียว ๆ ยิ่งดีต่อทั้งหัวใจและสมองเลยล่ะ

5.ถั่ว

ถั่วมีทั้งโปรตีน ใยอาหาร และไขมันที่มีประโยชน์ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อยู่ในถั่วจะทำให้เราแจ่มใสได้ ในขณะที่โปรตีนและไขมันจะช่วยให้พลังงานคงระดับตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังมีวิตามินอีซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง  แต่อย่างไรก็ควรหลีกเลี่ยงถั่วเหลือบน้ำตาล หรือปรุงรส ส่วนทางเลือกที่ดีก็มีตั้งแต่เฮเซลนัต เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วอลนัต และอัลมอนต์ ส่วนแมคคาเดเมียนั้นมีปริมาณไขมันมากกว่าถั่วชนิดอื่น ๆ

6.ทูน่า

นอกจากจะเป็นแหล่งของโอเมก้า-3 แล้ว ปลาทูน่า โดยเฉพาะปลาทูน่าครีบเหลือง ซึ่งมีระดับวิตามินบี 6 สูงกว่าอาหารประเภทอื่น ๆ วิตามินบี 6 นี้เกี่ยวพันโดยตรงกับความจำและสติปัญญา รวมถึงสุขภาพโดยรวมในระยะยาวของสมอง โดยรวมแล้ววิตามินบีคือ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อการรักษาอารมณ์ให้คงที่ แต่วิตามินบี 6 จะส่งผลต่อการรับสารโดพามีนที่เป็นหนึ่งในฮอร์โมนความสุขเหมือนกับเซโรโทนิน

ข้าวกล้อง

7.ข้าวกล้อง

ด้วยความที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ข้าวกล้องจึงดีมาก ๆ สำหรับคนที่แพ้กลูเธนเพื่อให้สุขภาพของหลอดเลือดหัวใจแข็งแรงขึ้น ยิ่งระบบไหลเวียนโลหิตของเราดีเท่าไหร่ สมองก็ยิ่งเฉียบแหลมมากเท่านั้น

8.ชาเขียว

ชาเขียวนี้คือ มัตชะ ชาเขียวจากใบชาอ่อน ๆ ที่ผ่านกรรมวิธีบดด้วย หินตามแบบฉบับญี่ปุ่น เมื่อเราดื่มชาเขียวเหล่านี้เข้าไป ก็เหมือนกับเราดื่มใบชาเข้าไปทั้งใบ ผงชาเขียวนั้นอุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลด์จึงทำให้มีสีเขียวสด เมื่อผสมเข้ากับน้ำร้อน (แต่ไม่เดือด) จะมีรสชาติฝาดนิด ๆ และเพียงแก้วเดียวก็ทำให้คุณรู้สึกปลอดโปร่งได้ ว่ากันว่า มัตชะคือเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้พระสงฆ์ญี่ปุ่นสามารถนั่งสมาธินาน ๆ ได้ แต่ถ้าพูดในแง่วิทยาศาสตร์แล้วมัตชะมีสารที่ชื่อว่า Catechin วิตามินเอและซี ฟลูออไรด์ และสาร L-Theanine ซึ่งช่วยในเรื่องสมาธิ แค่เฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเดียวก็มีมากกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 33 เท่า

9.เมล็ดพืช

ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดทานตะวัน เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดฟักทอง หรือเมล็ดพืชอื่น ๆ ก็ล้วนมีโปรตีน ไขมัน วิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุซึ่งช่วยเสริมสร้างสมองอย่างแมกนีเซียม

10.ข้าวโอ๊ต

ถ้ามันดีต่อสุขภาพของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ก็แปลว่ามันดีต่อสมองของเราด้วย ข้าวโอ๊ตมีใยอาหารและก็มีโปรตีนอยู่พอสมควร หรือแม้แต่โอเมก้า-3 ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่ง การกินข้าวโอ๊ตตอนเช้าจะช่วยให้เราแจ่มใส และไม่ง่วงนอนแม้ในยามบ่ายด้วย

11.หอยนางรม

ไม่ใช่หอยทุกชนิดจะเป็นอาหารสมองได้ แต่หอยนางรมน่ะใช่แน่ ๆ เพราะมีทั้งซีลีเนียม แมกนีเซียม โปรตีน และแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อสุขภาพสมอง ก่อนหน้านี้เคยมีการทดลองพบว่า คนที่กินหอยนางรมมีความจำและอารมณ์ดีขึ้นด้วย

ผัก

12.ผักใบเขียว

ผักโขม คะน้า ปวยเล้ง บร็อกโคลี่ กวางตุ้ง ฯลฯ ไม่ว่าคุณจะชอบผักใบเขียวชนิดไหน ควรพยายามกินทุกวัน ผักใบเขียว อุดมด้วยธาตุเหล็ก ถ้าขาดธาตุเหล็ก ก็อาจมีโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น กลุ่มอาการขาอยู่ไม่เป็นสุข (Restless Legs Syndrome) อาการเหนื่อยล้า อารมณ์เสีย สมองตื้อตัน และปัญหาสภาพจิตอื่น ๆ

13.มะเขือเทศ

แม้ใคร ๆ จะรู้กันว่ากินมะเขือเทศแล้วผิวสวย แต่มะเขือเทศเองก็จัดว่าเป็นอาหารสมองชั้นดีเหมือนกัน เพราะมันมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อว่าไลโซปีน จึงช่วยป้องกันโรคหลงลืมได้ เพียงแต่ต้องผ่านความร้อนก่อนเพื่อให้เรารับไลโคปีนได้เต็มที่ อย่างนี้ก็หมายความว่าซอสมะเขือเทศ ก็มีประโยชน์น่ะสิ? จริง แต่ว่าซอสมะเขือเทศก็มากับน้ำตาล เช่นกัน หากเป็นไปได้ก็ทำอาหารเองจะดีกว่านะ

14.น้ำมันมะกอก

อย่าลืมว่าร้อยละ 60 ของสมองคือไขมัน ดังนั้น เราไม่สามารถมองข้ามไขมันไปได้ การศึกษาจำนวนมากชี้ว่า ถ้าไม่มีไขมันแล้วเราจะคิดอ่านไม่ชัดเจน อารมณ์แปรปรวน และอาจเป็นโรคนอนไม่หลับ การกินอาหารที่อุดมด้วยไขมันนั้นจำเป็นมาก ๆ ต่อสมองที่ปลอดโปร่ง ความจำที่ดี และอารมณ์ที่สมดุล ทั้งนี้ อาหารสำเร็จรูปขนมกรุบกรอบ หรือแม้แต่น้ำราดสลัดส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันอื่น ๆ ที่มีไขมันโอเมก้า-6 ตรงนี้ต้องคอยสังเกตไว้ ถึงจะชื่อว่าโอเมก้า-6 แต่ก็ไม่ใช่ไขมันที่ดี

15.น้ำสะอาด

เพื่อสมองที่แจ่มใส จะขาดน้ำเปล่าไปไม่ได้ อย่าลืมหาโอกาสจิบน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน (และสูดอากาศบริสุทธิ์ด้วย) การดื่มน้ำเปล่ากับสูดอากาศจะช่วยเพิ่มพลัง และทดแทนออกซิเจนเข้าไปในเซลล์ ทำให้สมองของคุณไม่รู้สึกเหนื่อยล้ามากเกินไปนัก อย่างไรก็ตาม ต้องหลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือน้ำอัดลม ของพวกนี้มีทั้งน้ำตาล และกาเฟอีนอยู่ในปริมาณมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเสพติดได้เลยทีเดียว

16.ผงกะหรี่

เครื่องปรุงนี้เป็นหนทางที่ดีในการเพิ่มรสชาติ ให้แก่สมอง ส่วนประกอบหลักในผงกะหรี่ คือขมิ้น และขมิ้นก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มากมาย มันจะช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระ ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในสมองและร่างกาย นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ด้วย เพียงแค่เดือนละครั้งที่กินกะหรี่ก็มีผลดีต่อสมองแล้วล่ะ

ไข่

17.ไข่

มีทั้งโปรตีนและไขมันซึ่งให้พลังงานแก่สมองได้นานหลายชั่วโมง นอกจากนี้ ซีลีเนียมในไข่ออร์แกนิกก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้

18.โยเกิร์ต

เป็นอาหารว่างที่ง่ายและมีประโยชน์ด้วยโปรตีนและแคลเซียม โปรตีนสำคัญมาก ต่อสารสื่อประสาทที่จะช่วยให้สมองแจ่มใส ส่วนแคลเซียมก็ช่วยในเรื่องของความจำ แต่ก็ต้องดูว่าโยเกิร์ตนั้น ไม่มีน้ำตาลมากเกินไป ถ้าจะให้ดีกว่านั้น ก็ลองกินคู่กับธัญพืชต่าง ๆ เพื่อเป็นของว่างเมื่อไหร่ก็ได้ที่หิว

19.ช็อกโกแลต

ไม่ว่ารสชาติหรือประโยชน์ช็อกโกแลตก็ดีตรงที่มีสารช่วยกระตุ้นสมอง มีปริมาณกาเฟอีนในระดับที่พอเหมาะ เพิ่มสารเซโรโทรนินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข นอกจากนี้ ดาร์กช็อกโกแลตยังมีใยอาหารจำนวนมาก(ยังจำกันได้มั้ย ใยอาหาร = หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง = สมองแข็งแรง)

กระเทียม

20.กระเทียม

ถ้าไม่สงสารคนนอนข้าง ๆ ก็กินกระเทียมสด ๆ เลย เห็นเล็ก ๆ อย่างนี้ กระเทียมเต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่เพียงแต่มันจะมีชื่อเสียงในเรื่องการลดระดับคอเลสเตอรอล “เลว” และทำให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง กระเทียมยังช่วยส่งสารต้านอนุมูลอิสระไปที่สมองด้วย

ที่มา:http://health.kapook.com/view62311.html

https://zybernia.wordpress.com/2009/03/30/vegetable-and-fruit/

http://health.kapook.com/view18712.html

Advertisements

ผู้เขียน: fahkanongna

ดิฉัน ชื่อนางสาว จิราภรณ์ บุตรด้วง อายุ 18 ปี ชื่อเล่นฟ้า อยู่จังหวัดอุดรธานี ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จัดทำบล็อคนี้ขึ้นเพื่ออยากให้ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพได้รู้จักกับอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์ เพื่อได้นำสาระความรู้ดีๆไปปรับใช้ในชีวิตประจำไว้ได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s